สาเหตุของโรคไมเกรน

          มีคนส่วนมากปวดหัวไมเกรนแล้วไปหาหมอทั่วไปที่ไม่ได้ศึกษาเรื่องกล้ามเนื้อมาอย่างละเอียดเอียดแล้วละก็ ผู้ป่วยจะได้รับคำตอบว่า ไมเกรนเป็นโรคที่ไม่รู้สาเหตุ และรักษาไม่ได้ ได้แค่กินยาและ หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นการปวดไมเกรน ท่านลองหาในเน็ทดูก็ได้ ส่วนมากบอกกันแบบนี้ น้อยนักที่จะบอกให้รักษาโดยใช้ Stretching or Yoga ท่านเหล่านั้น เมื่อได้พูดคุยกับ นักกีฬา หรือนักวิทยาศาสตร์การกีฬา ที่ได้เคยฝึก การยืดเหยียดหรือโยคะมาแล้ว และได้รับคำแนะนำจากนักกีฬาหรือนักวิทยาศาสตร์การกีฬาไป ก็ไม่เคยจะเชื่อเลย แถมบอกอีกว่าไปหาหมอมาแล้ว หมอบอกว่ารักษาไม่ได้ และ ไม่รู้สาเหตุ ท่านเหล่านั้นไม่เคยเชื่อสิ่งอื่นๆอีกเลย แม้ว่าสิ่งที่บอกไปไม่มีผลเสียที่จะนำไปปฎิบัติ ก็ตาม ก็ยังคงรักการกินยาอยู่อย่างนั้น ซึ่งผมเจอเยอะมาเลย

          ตอนหลังๆ มามาได้ใช้วิธีนวดและยืดกล้ามเนื้อให้น้องๆที่รู้จักกัน อาการไมเกรนนั้นหายทันที เนื่องจากเค้าเป็นมาไม่นาน หากคนที่เป็นมาเป็นปี การยืดกล้ามเนื้อและนวดครั้งแรกอาจช่วยได้ไม่มาก ต้องใช้ยาคลายกล้ามเนื้อ และรักษากล้ามเนื้ออักเสบด้วย

          อย่างไรก็ตาม หากกล้ามเนื้อที่เป็นจุดสาเหตุ ถูกใช้งานอีกก็จะเป็นได้อีก วิธีการ ก็คือ ทำให้กล้ามเนื้อยืออกอีก และ สร้างกล้ามเนื้อให้เกิดพลังด้วย จึงจะเป็นการรักษาถาวรครับ

          อีกอย่าง คนที่เป็นไมเกรนหรือเลือดลมวิ่งได้ไม่ดีแล้วละก็ จะทำให้เกิดโรคภูมิแพ้มากขึ้น และรุนแรงขึ้นด้วย ภูมิแพ้คือ คนที่มีภูมิของร่างกายทำงานไวเกินไปนั้นเอง เชื้อโรคหรือสิ่งเร้าเล็กน้อยก็ ตอบโต้จนร่างกายบาดเจ็บ

          ทำตามคำแนะนำนี้บ่อยๆสม่ำเสมอนะครับ แล้วท่านจะดีขึ้นจากโรคปวดหัวข้างเดียวอย่างไม่น่าเชื่อครับ ยิ่งท่านออกกำลังกายบ่อยๆ ท่านก็เป็นไมเกรนได้บ่อยขึ้น หรือไม่ออกกำลังกายเลยก็เป็นไมเกรนบ่อยเช่นกัน ดังนั้น ป้องกันไมเกรนได้โดย การยืดเหยียดให้ถูกวิธี ให้ตรงกับกล้ามเนื้อมัดที่เป็นสาเหตุด้วย จึงจะหายได้ การยืดเหยียด ป้องกันโรคไหลติด (frozen shoulder) ได้ด้วยครับ แต่ต้องให้ตรงกับกล้ามเนื้อนั้นๆด้วยนะครับ อันนี้สำคัญ เดี๋ยวจะมาบอกว่าทำแล้วไม่เห็นหายเลยครับ ไม่จำเป็นต้องไปหาหมอก็ได้ครับ ฝึกเองได้ ไม่ต้องกินยา ไม่เสียตังค์ เสียเวลาเท่านั้น ครับ

ไมเกรน1 ไมเกรน2

          บรรดาคนวัยทำงานที่อยู่ในภาวะคร่ำเคร่งกับการทำงาน นั่งหน้าคอมพิวเตอร์ทั้งวัน และขาดการบริหารกล้ามเนื้ออย่างสม่ำเสมอ

          ทราบหรือไม่ว่า นี่เป็นสัญญาณอันตรายที่จะบ่งบอกให้รู้ว่าบุคคลเหล่านี้กำลังมีโอกาสเสี่ยงกับการเป็นโรคยอดฮิตติดชีวิตคนเมือง นั่นก็คือ โรคปวดศีรษะเรื้อรัง หรือ อาการปวดศีรษะ “ไมเกรน” นั่นเอง

         แพทย์อายุรเวท วิภาพร สายศรี แพทย์อายุรเวทแผนไทยประยุกต์ จากคลินิกรักษาไมเกรน ดอกเตอร์แคร์ อธิบายว่า สาเหตุของอาการปวดศีรษะไมเกรน เกิดจาก การเกร็งตัวสะสมของกล้ามเนื้อ 4 ส่วนหลัก คือ Splenius, Suboccipitals, Sternocleidomastoid, และ Trapezius ซึ่งทำให้เกิด Trigger Point กดทับ เส้นเลือดที่ขึ้นไปเลี้ยงบริเวณศีรษะ ทำให้มีปริมาณเลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงบริเวณศีรษะได้น้อย โดยอาการ จะเริ่มจากการปวดบริเวณท้ายทอย ขมับ และหน้าผาก เป็นประจำ ซึ่งเป็นอาการของ Tension Headache และเมื่อกล้ามเนื้อมีการเกร็งสะสมเพิ่มขึ้น ประกอบกับผู้ป่วยไวต่อปัจจัยกระตุ้นบางชนิด เช่น แสงแดด ความร้อน กลิ่นบางชนิด จะทำให้กล้ามเนื้อมีการเกร็งตัวเพิ่มขึ้นอย่างเฉียบพลันเมื่อเผชิญกับปัจจัยดังกล่าว ทำให้บริเวณ ศีรษะขาดเลือด หัวใจจึงปั๊มเลือดที่มีแรงดันเกินปกติ เมื่อเส้นเลือดบริเวณศีรษะได้รับแรงดันเลือดที่สูงจึงมีการ ขยายตัวผิดปกติ และทำให้เกิดการปวดศีรษะข้างเดียว โดยปวดตุ๊บๆ ตามการเต้นของหัวใจ หรือเรียกว่าการ ปวดศีรษะแบบไมเกรน

ไมเกรน3

          รูปแสดงถึงตำแหน่ง Trigger Point ที่อยู่บริเวณคอ โดย Trigger Point ที่ตำแหน่ง ดังกล่าวจะกดทับเส้นเลือดที่ขึ้นไปเลี้ยงบริเวณ ศีรษะ ทำให้บริเวณศีรษะขาดเลือดและออกซิเจน นอกจากนี้ การอักเสบของ Trigger Point จะทำให้ เกิดอาการปวดในบริเวณสีแดง คือบริเวณหลัง ศีรษะ กลางศีรษะ ขมับ และกระบอกตา

         “หลายคนมองว่า อาการปวดศีรษะเป็นเรื่องธรรมดา เพราะเมื่อรู้สึกปวดแล้วทานยาแล้วพักผ่อน อาการก็หายไปเอง แต่สำหรับผู้ป่วยไมเกรนเรื้อรัง ที่ปวดศีรษะมากกว่า 4 ครั้งต่อเดือน โดยปวดติดต่อกันหลาย ชั่วโมง มีอาการตาพร่ามัว คลื่นไส้ และอาเจียนร่วมด้วย ซึ่งอาการดังกล่าวทำให้ผู้ป่วยได้รับความทรมาน และ ไม่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ การใช้ยาแก้ปวดไม่สามารถรักษาอาการไมเกรนได้ เพียงแค่บรรเทาอาการปวด เพียงชั่วคราวเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นการใช้ยาอย่างต่อเนื่อง จะส่งผลเสียต่อตับและไตของผู้ป่วย”

ไมเกรน4 ไมเกรน5

          สำหรับการดูแลเพื่อป้องกันและบรรเทาอาการปวดศีรษะไมเกรนนั้น แพทยอายุรเวทวิภาพร กล่าวว่า เนื่องจากอาการไมเกรนเกิดจากการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อซึ่งไปกดทับเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงบริเวณศีรษะ ร่วมกับปัจจัยกระตุ้นต่างๆ เช่น ฮอร์โมน ความเครียด ความร้อน ฯลฯ ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคไมเกรน เราควรที่จะ

          1. บริหารโดยการยืดกล้ามเนื้อบริเวณบ่าและคอที่ถูกวิธีอย่างสม่ำเสมอ
          2. หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้เกิดการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อนานๆ เช่นการใช้คอมพิวเตอร์เป็นระยะเวลานานๆ การนั่งทำงานต่อเนื่อง การใช้กล้ามเนื้อซ้ำๆ
          3. การฝึกสมาธิเพื่อลดความเครียดของจิตใจ (ซึ่งมีผลต่อการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ)

          แต่ในกรณีที่มีอาการปวดศีรษะไมเกรนเกิดขึ้น เพื่อที่จะบรรเทาอาการปวดให้น้อยลง และมีระยะเวลา การปวดที่สั้นที่สุด เมื่อรู้สึกตัวว่าจะเริ่มมีอาการ ผู้ป่วยควร หยุดกิจกรรมที่มีการใช้กล้ามเนื้อบริเวณบ่าและคอทั้งหมด, พักผ่อนทันทีเมื่อเริ่มมีอาการ, ทำให้กล้ามเนื้อมีการคลายตัว โดยการยืดกล้ามเนื้อ และ ทำจิตใจให้มีสมาธิ เพื่อบังคับให้กล้ามเนื้อคลายตัวออก

          ในส่วนการรักษาของคลินิกรักษาไมเกรน ดอกเตอร์แคร์ ได้คิดค้นและพัฒนาวิธีการรักษาไมเกรน ซึ่งเป็นการ รักษาแบบ ผสมผสานความรู้ทางด้านกายวิภาค ร่วมกับการกดจุด การยืดกล้ามเนื้อ และการสลาย Trigger Point ที่กดทับเส้นเลือดที่ขึ้นไปเลี้ยงบริเวณศีรษะ โดยเป็นเทคนิคการรักษาที่ทางคลินิกได้พัฒนาขึ้นเพื่อรักษาโรคไมเกรนโดยเฉพาะ

          “ผู้ป่วยที่เข้ามารักษาที่คลินิก เป็นผู้หญิงมากกว่าร้อยละ 75 การที่ผู้หญิงเป็นไมเกรนมากกว่าผู้ชาย อาจมีสาเหตุมาจากโครงสร้างของกล้ามเนื้อที่ไวต่อการเกร็งตัวมากกว่ากล้ามเนื้อของผู้ชาย และฮอร์โมนเพศ หญิงซึ่งอาจเป็นตัวกระตุ้นการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ ส่วนหลังการรักษาแล้วอาการไมเกรนจะกลับมาอีกหรือไม่ ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการทำงาน และการ บริหารร่างกายของผู้ป่วย ถ้าผู้ป่วยสามารถหลีกเลี่ยงลักษณะงานที่ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณบ่าและคอเกร็งตัว และบริหารกล้ามเนื้อที่ถูกวิธีอย่างสม่ำเสมอ ผู้ป่วยก็สามารถห่างไกลจากอาการไมเกรนที่สร้างความทุกข์ ทรมานได้”

เพื่อศึกษาข้อมูลที่ละเอียดเกี่ยวกับโรคไมเกรน ผู้สนใจสามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดได้ที่ www.drcareclinic.com

คลินิกแพทย์การแพทย์แผนไทยประยุกต์ Doctorcare
ชั้น 2 อาคารไลฟ์เซ็นเตอร์ คิวเฮ้าส์ลุมพินี ถนนสาธร โทร 02 6777 552-3
ชั้น 1 อาคารฟอร์ล่าวิลล์ ถนนพัฒนาการ โทร 02 3200 013

About these ads

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: