ขอบตาคล้ำ แก้ไงดี!!!

ขอบตาคล้ำ

          สำหรับท่านที่มีปัญหาใต้ตาคล้ำดำ จำทนจนน่ารำคาญ เวลาต้องแต่งหน้าทุกคราไปนั้น ความจริงแล้วเรื่องของใต้ตาดำคล้ำนี้มีวิธีรักษาง่ายนิดเดียว.. เคล็ดสำคัญคือ ต้องหาสาเหตุที่แท้จริงให้เจอกันก่อน เพราะตราบใดที่ยังแก้ที่สาเหตุไม่ได้ ไม่ว่าจะใช้เครื่องสำอางพรางตาอย่างไร ก็คงไม่ได้ประโยชน์เท่าที่ควร วันนี้เราจะมาดูกันว่าใต้ตาคล้ำจะทำอย่างไรได้บ้างกัน
          อย่าเพิ่งไปคิดว่าเป็นเรื่องยากเย็น แสนเข็ญ วุ่นวายขนาดต้องไปยิงเลเซอร์ หรือลอกหน้าลอกตา เรามาเริ่มพิจารณาสาเหตุก่อน ซึ่งมีอยู่หลายเหตุ แบ่งเป็นได้เป็นสองสาเหตุหลัก ได้แก่ 
                    – สาเหตุภายใน ประกอบด้วย อายุที่มากขึ้นทำให้ผิวใต้ตาบางลง และหลวมขึ้น, การใช้สายตาเป็นระยะเวลานาน, โรคไซนัส และโพรงจมูกอักเสบจากภูมิแพ้เรื้อรัง (นี่เป็นเหตุว่าทำไมคนเป็นภูมิแพ้ถึงมักมีใต้ตาคล้ำทั้งที่ไม่ได้อดนอนเสมอไป) 
                    – สาเหตุภายนอก ประกอบด้วย “แสงแดด และบุหรี่” ซึ่งเป็นสูตรสำเร็จที่ทำให้ผิวแก่อย่างประสบความสำเร็จที่สุดมาตลอดกาล
          เทียบกันแล้ว ปัจจัยภายนอกหาจังหวะเลี่ยงได้ง่ายกว่า แต่ปัจจัยภายใน ถ้าบางท่านรู้ตัวเองได้เร็วก็จะดีมาก เช่น เรื่องของภูมิแพ้ขึ้นจมูกสั่งน้ำมูกกันครืดคราดกระดาษเปลืองนั้น อย่าปล่อยไว้ให้เป็นนาน เพราะยิ่งภูมิแพ้นานเท่าใดก็จะยิ่งทำให้เป็นไซนัสอักเสบได้ง่ายขึ้นเท่านั้น
          ส่วนเรื่องของความแก่ หรืออายุที่มากขึ้นทำให้ผิวหนังบางลงนั้นอาจจะเป็นเรื่องที่แก้ยากขึ้นมาอีกสักนิด โดยเฉพาะท่านที่มีปัญหาใต้ตาคล้ำอยู่แล้ว ดังนั้น การปฏิบัติตัวที่สำคัญที่ช่วยได้มากจริงๆ ก็คือหลัก “3 อ” เริ่มจาก… 
          1) อาหาร ที่สำคัญคือ กลุ่มวิตามินซี เพราะอย่าลืมว่าหนังรอบดวงตาที่ยิ่งแก่ตัวยิ่งหลวมขึ้นนั้นเกิดจาก “โครงกระดูกของผิว” หายไป ซึ่งโครงนั้นที่สำคัญก็คือคอลลาเจน ยิ่งมีคอลลาเจนมากยิ่งทำให้ผิวคุณไม่อ่อนยวบหลวมไปราวกับไก่ถูกถอดกระดูก อาหารวิตามินซีที่ควรกินมากได้แก่ ฝรั่ง (ฝรั่งหนึ่งขีดให้วิตามินซีราว 200 มิลลิกรัม) วันละ 4 ขีด นอกจากนั้นก็ยังมีแหล่งของวิตามินเอที่ช่วยรักษาผิวที่ควรกินคือ มะเขือเทศผลเล็ก สักวันละ 10 ผล หรือถ้าผลใหญ่ก็จะเป็น 5 ผล ส่วนแหล่งวิตามินอี ที่มีผลต่อความชุ่มชื่นรอบตานั้นก็คือ ถั่วต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นถั่วลิสง, เมล็ดทานตะวัน, เมล็ดฟักทอง หรือน้ำมันพืชส่วนใหญ่ 
          2) ออกกำลังกาย จะช่วยขับล้างพิษอนุมูลอิสระ และน้ำส่วนเกินออกไปไม่ให้คั่งรอบดวงตา และที่สำคัญยังช่วยเสริมภูมิคุ้มกายไม่ให้เป็นไซนัสคัดจมูกน้ำมูกอุดตันได้ด้วย 
          3) อารมณ์ ประการนี้สำคัญ ไม่นานมานี้ได้มีโอกาสไปพูดเรื่องทางออกของความเครียดในรายการ “ตาสว่าง” ของคุณ สัญญา คุณากร ก็ได้พูดกันถึงสัญญาณหนึ่งของอารมณ์เครียดว่าทำให้หน้าดำคล้ำ ใต้ตาดูหมองไปไม่สดใสอิ่มเอิบ เพราะเมื่อเครียดมากก็มักจะอดนอน และก็มีสนิมอนุมูลอิสระมากขึ้น ทำลายให้ผิวโดยรวมแก่ลงไปมีขยะเม็ดสีคล้ำมาจับมากขึ้นทำให้หน้าหมองดั่งต้อง ราคีมากขึ้น ดังนั้นวิธีง่ายๆ ในข้อนี้คือให้เข้านอนตั้งแต่สี่ทุ่มและตื่นหกโมงเช้าอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้ฮอร์โมนหนุ่มสาวหลั่งออกมาเองและไม่แก่เร็วด้วย
          ส่วนวิธีอื่นที่ช่วยลดใต้ตาหมองคล้ำแบบทันใจ ยังมีการใช้ “ความเย็นประคบลบรอยใต้ตา” ไม่ว่าจะเป็นถุงชาแช่เย็น, สำลีชุบนมเย็น (ซึ่งก็ไม่ต้องใส่พร้อมถุงชาเพราะจะกลายเป็นชาเย็นไป), มันฝรั่งฝานแช่เย็น, แตงกวาฝานแช่เย็น หรือแม้แต่หลังช้อนเย็นก็ตาม นำมาวางทับบนหนังตา ไม่ต้องไปกดไปเค้น อาจนวดเบาๆ ให้เลือดดำรอบตาถ่ายออกไปไหลเวียนได้ดีขึ้นความเย็นจะช่วยหดหลอดเลือดลง ทำให้เลือดดำไม่ไปคั่งรอบตาให้ดูคล้ำดำจำทนทุกข์เหมือนเดิมอีก
          สิ่งที่อยากฝากไว้ก็คือว่า ควรจะหาสาเหตุที่แท้จริงของใต้ตาดำคล้ำให้เจอด้วย เพราะจะช่วยให้การลบตาคล้ำเป็นไปได้อย่างง่ายดาย และไม่กลับมาเป็นใหม่อีก
          สุดท้ายนี้สำหรับท่านผู้อ่านที่รัก หากมีคุณสมบัติครบที่จะพบกันเป็นชมรมคนตาคล้ำเช่นว่านี้แล้วล่ะก็ ขอให้จำขึ้นใจไว้ง่ายๆ ว่า “เสริมวิตามินซี มีออกกำลังกาย คลายอารมณ์เครียด” เป็นเคล็ดที่ใช้ได้อย่างแท้จริงและยั่งยืนที่สุด

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: